เกี่ยวกับหลักสูตร

RoLD Program

Executive Program on Rule of Law and Development หรือ RoLD Program เป็นโครงการที่สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (Thailand Institute of Justice: TIJ) ริเริ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2560 ด้วยเชื่อว่าการส่งเสริมหลักนิติธรรมและการพัฒนาสังคม จำเป็นต้องอาศัยพลังจากทุกภาคส่วน มิใช่เพียงแต่นักกฎหมายและบุคลากรในกระบวนการยุติธรรม เข้ามาช่วยผลักดันให้หลักนิติธรรมกลายเป็นปัจจัยพื้นฐานของการพัฒนาในทุกสาขาของสังคมไทย ซึ่งเนื้อหาจะประกอบด้วยหัวข้อดังต่อไปนี้

I.Introduction to the Rule of Law and Its Pathway to Sustainable Development
  • The rule of law and UN Sustainable Development Goals 2030 (SDGs)

II. Rule of Law and Private Sector
  • Private sector and its contribution to the global
  • Business and Human Rights
  • Social Enterprises

III.Rule of Law and Criminal Justice
  • Access to justice of vulnerable groups
  • Criminal justice reform

IV.Rule of Law and Governance
  • Corruption in public and private Sector
  • Rule of law and good governance in public and private sectors
  • Good practices in strengthening corporate governance

V. Rule of Law, Equality, Social Justice, and Environmental Protection
  • Rule of law and equality
  • Rule of law and social justice
  • Rule of law and environmental protection

VI.Rule of Law and Democracy
  • Relation between rule of law and democracy
  • udicial independence, separation of powers and public participation in democratic society
  • Rule of law in conflict society

VII.Rule of Law Promotion
  • The politics of rule of law reform
  • The rule of law’s measurement as a tool for development
  • Building the culture of lawfulness

VIII.Concluding Session
  • Group discussions on how different sectors could contribute to rule of law and Development
  • Special Group Projects
  • Presentation at the RoLD public forum

คุณสมบัติของผู้เข้าฝึกอบรมที่จะได้รับประกาศนียบัตรเมื่อสิ้นสุดโครงการ
  • ผู้เข้ารับการฝึกอบรม ประกอบด้วยบุคลากรภาครัฐ ได้แก่ ข้าราชการและ/หรือเจ้าหน้าที่รัฐ หน่วยงานอิสระ และบุคลากรในภาคเอกชน รวมจำนวนประมาณ 45 คน
  • การจัดส่วนผสมของผู้เข้ารับการอบรมให้มีความหลายหลายและครอบคลุมทุกภาคส่วนในสังคมไทย มีการกำหนดไว้ให้ร้อยละ 60 เป็นผู้เข้ารับการฝึกอบรมจากภาครัฐ และ ร้อยละ 40 เป็นผู้เข้ารับการฝึกอบรมจากภาคเอกชน
  • สำหรับภาครัฐ และ หน่วยงานอิสระ จะพิจารณาผู้ที่มีตำแหน่งในระดับผู้อำนวยการสำนัก ผู้เชี่ยวชาญหรือเทียบเท่าขึ้นไป
  • สำหรับผู้ภาคเอกชน จะพิจารณาระดับผู้บริหารองค์กร ประกอบกับข้อมูลอื่นอาทิ ประวัติการทำงาน และการรับรองจากองค์กรที่สังกัด
  • ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับเข้าโครงการและจะต้องมีจำนวนชั่วโมงในการร่วมกิจกรรมของหลักสูตร ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70